Category Archives: ลงทุนในหุ้น ไม่ยากอย่างที่คิด

รู้จักกับบัญชีหุ้นแต่ละประเภทก่อนเปิดบัญชี

ขั้นตอนที่สำคัญของการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างหนึ่งก็คือการเปิดบัญชีหุ้น เพื่อทำการส่งคำสั่งซื้อขายหรือเทรดหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งก่อนอื่นนักลงทุนต้องทำความรู้จักกับบัญชีหุ้นแต่ละประเภทก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเปิดบัญชีที่เหมาะสมกับตัวเอง
• บัญชี Cash Account หรือบัญชีเงินสด ซึ่งเป็นบัญชีที่ต้องวางเงินประกันในจำนวน 15 % ของวงเงินที่อนุมัติ โดยบริษัทหลักทรัพย์จะให้วงเงินโดยพิจารณาจากฐานะทางการเงิน,หลักประกัน และความสามารถในการชำระหนี้ ในวันที่ส่งคำสั่งซื้อ นักลงทุนจะต้องมีเงินในบัญชีจำนวน 20 %ของหุ้นที่ต้องการซื้อ และต้องโอนเงินภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันคำสั่งซื้อ
• บัญชี Cash Balance หรือบัญชีวางเงินล่วงหน้า ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปอีกหลายชื่ออย่างบัญชี Cash Deposit และบัญชี Pre-Paid บัญชีแบบนี้นักลงทุนต้องนำเงินไปฝากเอาไว้ที่บริษัทหลักทรัพย์ และจะสามารถซื้อขายหุ้นได้ตามวงเงินที่ฝากเอาไว้เท่านั้น ซึ่งเงินที่ฝากเอาไว้นี้จะได้รับดอกเบี้ยตามปกติและถ้าหากส่งคำสั่งซื้อหุ้นแล้ววงเงินไม่พอกับมูลค่าหุ้น ก็สามารถโอนเงินเพิ่มเข้าไปได้ ซึ่งโบรกเกอร์จะหักเงินจากบัญชีภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันคำสั่งซื้อ
• บัญชี Margin หรือบัญชี Credit Balance เป็นบัญชีที่สามารถกู้ยืมเงินจากบริษัทหลักทรัพย์ได้บางส่วนเพื่อทำการซื้อขายหุ้น โดยวางหลักประกันเอาไว้เป็นหุ้นหรือเงินสดก็ได้ วงเงินที่ว่านี้สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามหุ้นที่วางประกันเอาไว้ แต่หากราคาหุ้นตกลงมากๆบริษัทหลักทรัพย์ก็อาจเรียกเงินวางประกันเพิ่มหรือบังคับขายหุ้นก็ได้
นักลงทุนมือใหม่อาจเริ่มต้นเปิดบัญชีหุ้นด้วย Cash Account ที่มีความตรงไปตรงมามากที่สุด หากต้องการเปิดบัญชีอื่นๆอาจปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี

ขั้นตอนการเปิดบัญชีหุ้นและการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น

หลังจากทำความเข้าใจกับบัญชีหุ้นแต่ละประเภท และเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว นักลทุนก็ต้องดำเนินการการเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ โดยมีขั้นตอนในการเปิดบัญชีดังต่อไปนี้
1. นักลงทุนสามารถเลือกเปิดบัญชีผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์หรือเปิดผ่านบัญชีออนไลน์ก็ได้โดยเข้าไปยังเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์
2. กรอกรายละเอียดเพื่อขอเปิดบัญชีและส่งหลักฐานให้กับบริษัทซึ่งประกอบไปด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
• สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ หรือสำเนาใบสำคัญสำหรับคนต่างด้าว
• สำเนาทะเบียนบ้าน
• หากเป็นนิติบุคคล ต้องส่งหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
• สำเนาสมุดเงินฝากหรือสำเนาใบแจ้งรายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
3. หลังจากส่งหลักฐานทั้งหมดแล้ว ก็ต้องรอการอนุมัติซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ และเมื่อผ่านการอนุมัติ นักลงทุนก็จะได้รับเลขที่บัญชี และรหัสซื้อขายหลักทรัพย์หรือ Pin Number ที่ต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี และหลังจากนี้ก็สามารถเริ่มทำการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นได้เลย
การส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น สามารถทำได้ 2 ช่องทางดังต่อไปนี้
• ซื้อขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ผ่านนายหน้าของโบรกเกอร์ หรือ Marketing ที่มีข้อดีคือ สามารถปรึกษาและได้รับข้อมูลการลงทุน รวมทั้งลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลเพื่อซื้อขายหักทรัพย์ โดยนักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้โดยตรงที่ห้องค้าหลักทรัพย์หรือสั่งซื้อขายผ่านโทรศัพท์
• ซื้อขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ออนไลน์ ที่นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตนเอง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดผ่านทางโปรแกรม ซึ่งบางโบรกเกอร์อาจมีโปรแกรมหุ้นของตัวเองที่มีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอย่างเช่น ข่าวสารและราคาหุ้นแบบ real time เป็นต้น

ทำความรู้จักกับสินค้าของตลาดหลักทรัพย์

เมื่อพูดถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หลายคนอาจนึกถึงการซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียว และเมื่อถามว่าซื้อขายหุ้นอะไร ก็อาจจะตอบได้ไม่ชัดเจนนัก ซึ่งจริงๆแล้วในตลาดหลักทรัพย์มีสินค้าหลายประเภทที่นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ ดังนั้นมาทำความรู้จักกับหุ้นและสินค้าที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์กัน
• หุ้นสามัญ หรือ Common stock เป็นหุ้นทุนที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของในกิจการผ่านการลงทุน ซึ่งนักลงทุนจะมีสิทธิในการตัดสินใจปัญหาต่างๆอย่างเช่น การควบรวมกิจการ,การเพิ่มทุน รวมไปถึงการจ่ายเงินปันผล ที่สามารถออกเสียงตัดสินใจได้ตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่
• หุ้นบุริมสิทธิ เป็นหุ้นทุนที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิในการรับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นทั่วไปในกรณีที่บริษัทปิดกิจการ ซึ่งหุ้นชนิดนี้มีจำนวนไม่มากนักในตลาดหุ้น
• หุ้นกู้หรือ Debenture เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทเอกชนที่ผู้ถือหุ้นมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของกิจการ ที่จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและจะได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลา
• หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นหุ้นที่มีความคล้ายคลึงกับหุ้นกู้ แต่หุ้นชนิดนี้สามารถแปลงไปเป็นหุ้นสามัญได้ซึ่งจะมีโอกาสทำกำไรมากกว่าดอกเบี้ยของหุ้นกู้ธรรมดา
• ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ Warrant เป็นตราสารที่มักออกมาในช่วงเวลาของการเพิ่มทุน ซึ่งผู้ซื้อจะมีสิทธิได้จองซื้อหุ้นสามัญหรือหุ้นอื่นๆเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามตกลง
• ใบสำคัญแสดงสิทธิระยะสั้น หรือ Short-term Warrant ซึ่งมีอายุไม่เกิน 2 เดือน มีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนเข้าบริษัท
• ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ DW-Derivative Warrant เป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อขายหลักทรัพย์อ้างอิง